ศุกร์นี้ขอเสนอ: WONDER ความมหัศจรรย์ของออกัสต์

2019-04-26 18:00

​ถ้าพูดถึงเรื่องความแข็งแกร่งหลายคนคงจะนึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นอย่างแรก น้อยนักที่จะนึกถึงความแข็งแกร่งของจิตใจ เราจึงอยากชวนให้ทุกคนได้รู้จักอ๊อกกี้ เด็กชายที่ถูกมองว่าร่างกายอ่อนแอแต่กลับมีจิตใจที่เข้มแข็ง จากภาพยนต์เรื่อง Wonder

 

Wonder
ภาพประกอบโดย ณัฐนรี อิ่มรักษา

หากจะจำกัดความ Wonder ก็คงพูดได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ให้ความอบอุ่นหัวใจ บอกเล่าเรื่องของความรักในครอบครัวและมิตรภาพระหว่างเพื่อน โดยมีตัวเอกเป็นเด็กชายคนหนึ่งชื่อว่าอ๊อกกี้ เขามีใบหน้าแปลกประหลาดเมื่อเทียบกับเด็กทั่วไป จนทำให้การเริ่มต้นทุกๆ เรื่องราวในชีวิตดูจะมีอุปสรรคไปเสียหมดวันเปิดเทอมครั้งแรกของเขา อ๊อกกี้พบกับเรื่องที่ทั้งดีและร้ายที่ส่งผลต่อคนรอบข้างเขาด้วย

นอกจากการเล่าเรื่องในมุมมองของอ๊อกกี้แล้ว ยังมีเรื่องราวในมุมมองของ เวีย พี่สาวของอ๊อกกี้ แจ๊ก เพื่อนของอ๊อกกี้ และ มิแรนดา เพื่อนสนิทของเวีย ตัวละครทั้งสี่อยู่ในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น แน่นอนว่าเราจะได้เห็นปัญหาของพวกเขาที่สะท้อนถึงปัญหาของเด็กและวัยรุ่นในโรงเรียน

 

อ๊อกกี้ มิแรนดา แจ๊ก และเวีย

Auggie

ออกัสต์ พูลแมน หรือ อ๊อกกี้ ก็เป็นเหมือนเด็กวัย 10 ขวบทั่วไปที่ชอบเล่นเกม ปั่นจักรยาน ชอบวิทยาศาสตร์และสตาร์วอร์ส และมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาไม่เหมือนกับเด็กคนอื่น นั่นก็คือเขาเป็นโรค Treacher Collins Syndrome ที่ทำให้รูปหน้าผิดปกติและต้องผ่าตัดหลายครั้งเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ อิสซาเบล แม่ของอ๊อกกี้จึงต้องสอนหนังสือเขาที่บ้านแทนการออกไปเรียนที่โรงเรียนร่วมกับคนอื่น เพราะเธอกังวลว่าอ๊อกกี้จะโดนเพื่อนแกล้ง จนกระทั่งวันหนึ่งอิสซาเบลตัดสินใจให้อ๊อกกี้ได้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมที่เรียกว่าโรงเรียน

ก่อนวันเปิดเรียนแม่ของอ๊อกกี้ได้พาเขาไปทำความรู้จักกับโรงเรียนที่จะเข้า โดยมีนักเรียนเป็นไกด์พาทัวร์ อ๊อกกี้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ผ่านรองเท้าที่พวกเขาสวม เพราะเขามักจะก้มหน้าตลอดเวลา นั่นทำให้เขาได้รู้จัก เด็กบ้านรวย จูเลียน เด็กขัดสน แจ๊ก วิลล์ และเด็กช่างเพ้อ ชาร์ลอตต์

หลังจากกลับจากโรงเรียน อ๊อกกี้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง จากความรู้สึกแปลกแยกจากเพื่อนนรอบข้าง ขณะนั่งทานอาหารกับครอบครัว แม่ผู้ซึ่งไม่รู้จะทำอย่างไรสอนให้เขารู้จักเข้าใจและปล่อยวางไปพร้อมๆ กับความไม่แน่ใจว่าการที่ส่งอ๊อกกี้ไปเรียนนั้นเป็นเรื่องดีหรือไม่ ขณะเดียวกับที่พ่อสอนเผชิญหน้า

วันแรกของการเรียนไม่ได้เต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ควรจะเป็น อ๊อกกี้โดนมองเหมือนเป็นตัวประหลาด และโดนเพื่อนร่วมห้องอย่างจูเลียนล้อเลียนตั้งแต่คาบเรียนแรกจนกระทั่งเลิกเรียน นั่นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในครอบครัวหลังเลิกเรียนเต็มไปด้วยความตึงเครียด อ๊อกกี้ได้ระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมาถึงสิ่งที่เขาได้พบเจอทั้งหมด และพ่อกับแม่ต่างปลอบโยนเขาโดย โอลิเวีย พี่สาวกลับไม่อยู่ในบทสนทนา


Via

​ในมุมของโอลิเวีย อ๊อกกี้ที่เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่มีทุกคนในบ้านเป็นดาวเคราะห์หมุนรอบตัว เวียรักอ๊อกกี้มากเกินกว่าจะอิจฉา เธอมักบอกให้อ๊อกกี้ยอมรับกับสิ่งที่เจอและทำใจให้เข้มแข็ง เธอไม่ค่อยเรียกร้องอะไรมากนักจากครอบครัว มีเพียงย่าที่เสียไปแล้ว และเพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นที่ได้รู้เรื่องราวส่วนตัวต่างๆ

​วันแรกของการเปิดเรียนของเวียก็น่าเศร้าพอๆ กับอ๊อกกี้ เพราะมิแรนดาเพื่อนสนิทที่เข้าใจเธอที่สุดเปลี่ยนไป ทั้งลุคใหม่ และเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ไม่มีเธอ เวียรู้สึกเศร้าใจมากที่ตอนนี้เธอเหมือนจะไม่เหลือใครที่เข้าใจเธออีกแล้ว จนกระทั่งเธอได้พบกับ จัสติน ผู้ที่สร้างความประทับใจให้เธอตั้งแต่แรกพบ เวียได้โกหกจัสตินว่าเธอเป็นลูกคนเดียวเหมือนเขา ในฉากนี้สิ่งที่เวียพูดออกไปไม่ใช่ว่าเธอเกลียดน้องจนไม่เห็นว่าเป็นคนในครอบครัว แต่น่าจะหมายความว่ามีแค่เธอคนเดียวในครอบครัวพูลแมน

เวียได้แสดงให้เห็นถึงความน้อยใจเล็กๆ ที่เธอมีต่อครอบครัว ผ่านการเล่าว่าอิสซาเบล แม่ของเธอทุ่มเทให้อ๊อกกี้มากแค่ไหน และรูปภาพที่อิสซาเบลวาดจะมีแต่อ๊อกกี้อยู่ในภาพเสมอ เวียจึงได้แต่หวังว่าสักวันแม่จะมองเห็นเธอบ้าง

 

อ๊อกกี้ที่ได้ยินแจ๊กพูดถึงเขาในแง่ร้าย

ฮาโลวีนที่เปลี่ยนไป

​หลายวันผ่านไปอ๊อกกี้ก็เริ่มชินกับโรงเรียนใหม่และในที่สุดเขาก็มีเพื่อนคนแรกคือ แจ๊ก หนึ่งในเด็กที่พาอ๊อกกี้เดินชมโรงเรียน ทั้งสองทำความรู้จักกัน กินข้าวด้วยกัน เล่นด้วยกัน ทำให้จากเพื่อนร่วมห้องก็ได้กลายเป็นเพื่อนสนิท ทางฝั่งเวียความห่างเหินของเธอกับเพื่อนสนิทก็ยังคงเดิม แต่กับจัสตินกลับดีขึ้นเรื่อยๆ การพูดคุยของทั้งสองทำให้เธอนึกถึงอดีตสมัยที่ยายเธอยังมีชีวิตอยู่ อิสซาเบลแม่ของเธอเห็นความเศร้าของลูกสาวจึงตัดสินใจจะใช้วันฮาโลวีนที่จะถึงเพื่อสานสัมพันธ์ระว่างแม่ลูก

วันฮาโลวีนเป็นวันที่ทุกคนจะแต่งตัวแฟนตาซีเป็นภูตผีปีศาจ นั่นเป็นเหตุผลที่อ๊อกกี้รักวันนี้ เพราะเขาจะได้เดินเชิดหน้าได้อย่างเต็มภาคภูมิโดยไม่มีใครมองด้วยสายตาแปลกๆ

ฮาโลวีนเป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับอ๊อกกี้แต่คงไม่ใช่ฮาโลวีนในปีนี้ อ๊อกกี้บังเอิญไปได้ยินแจ๊กพูดถึงเขาในแง่ลบ ว่าเขาเป็นเพื่อนอ๊อกกี้เพราะครูใหญ่ขอให้ทำ

เรื่องที่ได้ยินทำร้ายอ๊อกกี้ทั้งร่างกายและจิตใจ อิสซาเบลจึงไปรับอ๊อกกี้กลับบ้านและทำให้เวียไม่ได้ใช้วันหยุดกับแม่ของเธอ เป็นอีกครั้งที่เวียไม่โกรธน้องและยังพยายามชวนน้องให้ออกไปสนุกกับวันฮาโลวีน


Jack Will

​ก่อนเปิดเรียนแม่ของแจ๊กได้บอกให้เขาเป็นคนพานักเรียนใหม่ไปสำรวจโรงเรียน ในตอนแรกแจ๊กไม่อยากไป แต่พอรู้ว่าเด็กที่เขาจะพาไปเดินชมโรงเรียนเป็นอ๊อกกี้ที่ขนาดน้องชายเขายังกลัวจนร้องไห้ แจ๊กจึงยอมช่วยเหลือและเป็นเพื่อนกับอ๊อกกี้ตามที่คำขอของแม่​

ในครั้งแรกที่พบกับอ๊อกกี้ แจ๊กก็เหมือนกับคนอื่นที่มองหน้าตาก่อน เขาคิดว่ามองไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน แต่หลังจากที่เรียนร่วมกันมาทำให้เขาได้รู้จักอ๊อกกี้มากขึ้น อ๊อกกี้เรียนเก่งมากโดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังมีอารมณ์ขัน และเป็นเพื่อนที่ดีมากจนแจ๊กอยากเป็นเพื่อนกับอ๊อกกี้จริงๆ แม้วันนั้นเขาจะต้องพูดไปว่าโดนบังคับ เพราะไม่อยากรู้สึกแปลกแยกจากเพื่อนคนก็ตามที

 

​วันฮาโลวีนผ่านไป อ๊อกกี้ก็กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง เขาปฏิเสธที่จะพูดคุยกับแจ๊ก เพื่อนร่วมห้องอีกคนอย่าง ซัมเมอร์ จึงเข้ามาทำความรู้จักเขาแทน เพราะเธออยากได้เพื่อนที่จะจริงใจกับเธอเช่นอ๊อกกี้ ทางด้านเวียเมื่อเธอตัดสินใจที่จะคบกับจัสติน เวียจึงเลือกที่จะสารภาพความจริงว่าเธอไม่ใช่ลูกคนเดียว และพาเขาไปทำความรู้จักกับครอบครัวของเธอ ความสุขกับความรักในครั้งนี้ของเวียอยู่ในสายตาของมิแรนดาที่ตอนนี้เหมือนจะเป็นอดีตเพื่อนสนิทของเวีย


Miranda

​ครอบครัวของมิแรนดาไม่ได้อบอุ่นเหมือนครอบครัวของเพื่อนสนิทอย่างเวีย เธอมีพ่อที่หย่าขาดจากแม่และแต่งงานใหม่ ส่วนแม่ก็ยังทำใจไม่ได้ มิแรนดาจึงอยากที่จะเป็นเวียมาก ในค่ายฤดูร้อนที่เธอไปเธอได้สวมบทบาทว่าเธอเป็นเวีย ทั้งบ้านที่แสนสวย พ่อแม่แสนดี น้องชายที่หน้าตาพิกลพิการ และน้องหมาอีกหนึ่งตัว นั่นทำให้เธอกลายเป็นสาวฮอตประจำค่ายที่ทุกคนอยากทำความรู้จัก หลังกลับจากค่ายเธออยากจะคุยกับเวีย แต่เพราะความรู้สึกผิดทำให้มิแรนดาทำตัวห่างเหินแทน

ความรู้สึกที่มิแรนดามีต่อเวียคือความชื่นชมอย่างถึงที่สุด และลึกๆ แล้วเธอก็มีความอิจฉาต่อเวียเช่นกัน เธออยากมีครอบครัวที่รักใคร่กันแบบเวีย

 

ทุกคนแสดงความยินดีกับอ๊อกกี้ที่ได้รับรางวัล

บอกลาความทุกข์ เปิดรับความสุข

​เมื่อสิ้นปีก็ถึงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เอาเรื่องแย่ออกไปแล้วตอบรับเรื่องดีๆ เข้ามา เรื่องดีๆ เริ่มจากแจ๊กและอ๊อกกี้ได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง จากการที่แจ๊กขอโทษอ๊อกกี้กับสิ่งที่เขาได้พูดออกไป และแจ๊กยังได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าอ๊อกกี้เป็นเพื่อนที่สำคัญสำหรับเขา จากการปกป้องอ๊อกกี้จากคำพูดว่าร้าย

ความสัมพันธ์ระหว่างเวียและมิแรนดาก็เริ่มดีขึ้นจากงานละครเวทีของโรงเรียน มิแรนดายกบทที่เธอต้องแสดงให้เวีย เพราะเธออยากให้ครอบครัวของเวียได้เห็นและชื่นชม ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้นอิสซาเบลหาแว่นตาไม่เจอจนเธอเลิกหา แต่เมื่อรู้ว่าเวียได้ขึ้นแสดงเธอจึงแย่งแว่นตาของสามีเพื่อมองดูลูกสาวบนเวที สิ่งที่เราได้รู้จากฉากนี้คือถึงแม้ที่ผ่านมาอิสซาเบลจะสนใจอ๊อกกี้มากกว่าเวีย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่ได้รักเวีย คำขอของเวียก็เป็นจริงดังที่หวัง แม่ของเธอก็มองเห็นเธอในที่สุด

เรื่องราวทุกอย่างเหมือนจะลงเอยได้ดี ผลงานวิทยาศาสตร์ของอ๊อกกี้และแจ๊กได้ที่ 1 เพื่อนๆ หลายคนเริ่มมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกและเข้ามาทำความรู้จักตัวตนจริงๆ ของอ๊อกกี้ แต่ไม่ใช่กับจูเลียน ยิ่งอ๊อกกี้มีความสุขจูเลียนยิ่งเกิดความอิจฉา การกลั่นแกล้งของจูเลียนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งภาพถ่ายของห้องที่ตัดรูปอ๊อกกี้ออก หรือรูปวาดล้อเลียน เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูครูใหญ่ จูเลียนและพ่อแม่จึงต้องเข้าพบเพื่อรับรู้และอธิบายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตัวละครใหม่ที่พึ่งมีบทบาทอย่างพ่อกับแม่ของจูเลียน ถอดแบบออกมาจากพ่อแม่ของหลายๆ บ้านที่เลี้ยงลูกแบบตามใจโดยคิดว่า ลูกฉันไม่ผิด ลูกฉันยังเด็ก การเลี้ยงดูแบบนี้เป็นผลเสียอย่างมากต่อคนรอบข้างของเด็กและต่อตัวเด็กเอง อย่างที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วจูเลียนก็ต้องย้ายโรงเรียนตามคำสั่งของพ่อแม่

ทัศนศึกษาครั้งแรกของอ๊อกกี้เป็นหนึ่งในเรื่องราวดีๆ ที่เขาได้รับจากการเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ความสนุกสนานที่เด็กๆ ได้รับได้เปลี่ยนให้ศัตรูได้กลายเป็นมิตร และในวันพิธีจบการศึกษาวันสุดท้ายของการเป็นเด็กเกรด 5 ก็ครบหนึ่งปีที่อ๊อกกี้ได้ใช้ชีวิตในโรงเรียนนี้ ผ่านเรื่องราวที่ทั้งทุกข์ทั้งสุขมามากมาย ความเข้มแข็งของอ๊อกกี้ทำให้เขาได้รับเหรียญรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงแบบอย่างการเป็นนักเรียนที่ดี จากการที่เขาได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของจิตใจ และนี่ก็เป็นการปิดม่านอย่างสวยงามของ Wonder

“ จงมีไมตรี เพราะคนเราล้วนต้องต่อสู้ดิ้นรน และถ้าเราเข้าใจคนอื่นอย่างถ่องแท้ เราก็เพียงแค่เปิดตามอง ”



​นอกจากคำคมและคติสอนใจแล้ว Wonder ยังได้สะท้อนเรื่องการเลี้ยงดูลูกผ่านครอบครัวทั้งสาม คือ ครอบครัวของอ๊อกกี้กับเวีย ครอบครัวของมิแรนดา และครอบครัวของจูเลียน

และสิ่งที่หนังยังสะท้อนให้เราเห็นคือการปฏิบัติต่อคนที่แตกต่าง โรงเรียนของอ๊อกกี้เปรียบเสมือนภาพสะท้อนของสังคม สิ่งที่อ๊อกกี้เจอในโรงเรียนทั้งการถูกกลั่นแกล้ง ล้อเลียน ไม่มีเพื่อนคบ และมองในแง่ลบต่างๆ นานา เป็นสิ่งที่เราจะเจอเมื่อเรามีหน้าตา ร่างกาย หรือความคิดที่แตกต่างจากคนอื่น ความพยายามและการพิสูจน์จะทำให้คนอื่นมองข้ามความแตกต่างและยอมรับเราในฐานะบุคคลหนึ่ง ดังเช่นอ๊อกกี้ในเรื่อง

 

Treacher Collins Syndrome เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีน อัตราการเกิดของโรคคือ 1 ใน 50,000 คน พบได้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิด ผลคือใบหน้าตั้งแต่ตาจนถึงขากรรไกรเจริญเติบโตผิดรูปและผิดที่ผิดทาง ทำให้ต้องผ่าตัดเพื่อทำให้ส่วนต่างๆ ของหน้าอยู่ถูกที่ และเพื่อให้สามารถมองเห็น ได้ยิน หายใจได้เหมือนคนทั่วไป ในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ นอกจากการผ่าตัดหรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ เช่น เครื่องช่วยฟัง