ศุกร์นี้ขอเสนอ: STILL ALICE เธอคืออลิซ

2019-05-03 18:14

ความทรงจำเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลายคนไม่อยากให้หายไป โดยเฉพาะความทรงจำที่มีแต่เรื่องราวดีๆ

แต่ถ้าวันหนึ่งความทรงจำของเราเริ่มหายไปล่ะ?

เราเริ่มลืมวัน เวลา คนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เคยทำ

และแน่นอนว่าหากเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเราเอง ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการ เราจึงอยากชวนผู้อ่านได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่ออลิซ ที่มีอาการหลงลืมในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว

 

Still Aliceภาพประกอบโดย ณัฐนรี อิ่มรักษา

อาการหลงลืมที่ไม่ทราบที่มา
​อลิซมีชีวิตที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เธอได้ทำอาชีพที่รัก มีครอบครัวอบอุ่นกับสามีที่รักใคร่และลูกทั้งสาม แอนนา ทอม ลีเดีย ลูกคนโตและคนรองเรียนจบนิติศาสตร์และแพทย์ เธอจึงเป็นห่วงและไม่ค่อยเห็นด้วยกับลูกคนเล็กที่กำลังเรียนด้านการแสดง ต่างจากสามีที่เข้าใจและสนับสนุน

หลังจากการฉลองวันเกิดปีที่ 50 มีบางอย่างเกิดขึ้นกับอลิซ เธอเริ่มนึกคำศัพท์บางคำไม่ออก ไปจนถึงลืมทางกลับบ้าน การไปพบหมอครั้งแรกยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเธอเป็นโรคอะไร เธอเป็นกังวลกับอาการนี้มาก จนในวันคริสมาสต์ล่าสุด ขณะที่ครอบครัวร่วมเฉลิมฉลองกัน อลิซก็เอาแต่ฝึกจำคำศัพท์ จนลืมสูตรอาหารจานโปรดของลีเดีย และยังลืมชื่อของแฟนใหม่ลูกชายทั้งที่อีกฝ่ายได้แนะนำตัวไปแล้ว อาการหลงลืมอยู่ในสายตาของลีเดียตลอด

การพบหมอครั้งที่สอง ได้รับการสันนิษฐานว่า อลิซอาจจะเป็นอัลไซเมอร์ชนิดเกิดเร็ว หมอจึงอยากให้อลิซมาตรวจอีกครั้ง อาการหลงลืมของอลิซทำให้เธอกลายเป็นคนขี้หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย และนอนไม่ค่อยหลับ เธอจึงตัดสินใจบอกสามีเรื่องที่เธอไปพบหมอด้านประสาท และเรื่องที่เธออาจจะเป็นอัลไซเมอร์ชนิดเกิดเร็ว แม้สามีของเธอไม่ค่อยเชื่อแต่เขาก็อยู่เคียงข้างเธอเสมอ

ผลการวินิจฉัยอาการของอลิซคืออัลไซเมอร์ ซึ่งสาเหตุคาดว่าเป็นการส่งต่อโรคทางพันธุกรรมที่มาจากพ่อของเธอ อลิซตัดสินใจบอกกับลูกของเธอว่า เธอเป็นอัลไซเมอร์ชนิดเกิดเร็ว แม้จะกินยาก็ทำได้แค่บรรเทาอาการเท่านั้น และโรคนี้ยังสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานของเธอ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักกับแอนนา ลูกสาวคนโตที่กำลังจะตัดสินใจจะมีลูก

 

อลิซที่หลงทางขณะออกไปวิ่ง

อลิซที่เปลี่ยนไป
อาการหลงลืมเริ่มมีผลกับอาชีพของอลิซ เธอไปสอนสาย จนถึงลืมว่าจะสอนเรื่องอะไร ทำให้ผลตอบรับที่ได้จากนักเรียนออกมาแย่ สุดท้ายเธอต้องออกจากการเป็นครู หลังจากที่ทางคณะทราบเรื่องโรคของเธอ

สำหรับอลิซอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เธอไม่อยากจะเป็นมากที่สุด เพราะโรคนี้ทำให้เธอไม่เป็นตัวเอง แถมต้องมารู้สึกอับอายจากการพูดไม่รู้เรื่อง หรือตอบคำถามเรื่องง่ายๆ ไม่ได้เลย

อลิซไปดูสถานที่พักฟื้นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ยิ่งเห็นว่าผู้ป่วยที่นี่อยู่กันแบบไหน อาการเป็นอย่างไร อลิซยิ่งรับไม่ได้ เธอจึงถ่ายคลิปบอกให้ตัวเองในอนาคตกินยาฆ่าตัวตายเสียในวันที่เธอไม่สามารถตอบคำถามอะไรได้อีกแล้ว

เพื่อผ่อนคลายจากเรื่องเคร่งเครียดทั้งหมด อลิซและสามีตัดสินใจเดินทางไปพักผ่อนที่ชายทะเล แรกๆ ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่อาการของอลิซกลับกำเริบขึ้น เธอหาห้องน้ำในบ้านไม่เจอ ลืมว่าจะทำอะไร ความทรงจำในวัยเด็กผ่านเข้ามาเรื่อยๆ

ความสัมพันธ์กับลีเดียลูกสาวคนเล็กไม่ดีขึ้น จากการที่เธอไม่เห็นด้วยเรื่องการเรียนของลูก และยิ่งแย่เมื่ออลิซไปเปิดอ่านบันทึกส่วนตัวของลีเดีย เช้าวันต่อมาอลิซลืมไปแล้วว่าเธอทะเลาะกับลีเดียเรื่องอะไร อาการหลงลืมของเธอดำเนินไปอีกขั้น เมื่อครั้งตอนไปงานแสดงละครเวทีของลูกสาวคนเล็ก อลิซกลับลืมลีเดียไปชั่วขณะ

 

ลีเดียที่ดูแลอลิซที่เริ่มไม่รับรู้ต่อสิ่งรอบข้าง

บทสรุปของอลิซ
อลิซถูกเชิญให้ไปเป็นวิทยากรในงานของสมาคมดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ลีเดียแนะนำให้อลิซเปลี่ยนคำที่จะนำไปพูดให้เป็นกันเองมากกว่านี้ แต่อลิซไม่พอใจ เธอแสดงอาการให้เราเห็นผ่านคำพูดที่ตอบกลับลีเดีย ที่ทั้งหงุดหงิดและย้ำซ้ำไปซ้ำมา

วันงานมาถึง อลิซตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความตื่นเต้นทำให้ช่วงแรกของการกล่าวค่อนข้างว้าวุ่นลนลาน แต่เมื่ออลิซตั้งสติได้เธอก็ทำได้ดีขึ้น สิ่งที่อลิซพูดกินใจคนฟังเป็นอย่างมาก รวมถึงเธอได้แก้ไขคำพูดเหล่านั้นตามคำแนะนำของลูกสาว

สิ่งหนึ่งที่ดิฉันพยายามจดจำไว้ คือการที่ได้มาพูดที่นี่วันนี้มันจะเลือนหายไป ดิฉันทราบดี อาจจะหายไปพรุ่งนี้ก็ได้ แต่การได้มาพูดวันนี้มีความหมายอย่างยิ่ง ต่อตัวตนเดิมผู้กระตือรือร้นของดิฉัน ซึ่งหลงใหลในการสื่อสารเหลือเกิน

อาการหลงลืมทำให้อลิซกลายเป็นคนละคนจากตอนแรกที่เรารู้จัก สาวแกร่งกระตืนรือร้นกลายเป็นคนที่นิ่งสงบและไม่รับรู้สิ่งใด เธอลืมวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป จนวันหนึ่งที่อลิซได้พบกับคลิปที่เคยอัดไว้ เธอทำตามผู้หญิงที่บอกในคลิปโดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือการฆ่าตัวตาย สุดท้ายเธอก็ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จเพราะเธอลืมว่าจะทำอะไร

คำพูดของอลิซเริ่มลดน้อยลงตามความทรงจำที่ค่อยๆ หายไป ลีเดียจึงวางความฝันของตนลงเพื่อดูแลอลิซแทนพ่อที่ต้องไปทำงานที่อื่น เธอแสดงความรักที่มีต่อแม่ให้เราเห็น แม้ว่าเธอไม่สนิทกับแม่เหมือนพี่ทั้งสอง

 

Still Alice ได้แสดงให้เราเห็นถึงอาการของโรคอัลไซเมอร์อย่างชัดเจนผ่านตัวละครหลักอย่างอลิซ อัลไซเมอร์ได้เปลี่ยนแปลงตัวตนของเธอ ทำให้มีอาการซึมเศร้า หงุดหงิดโมโหง่าย ย้ำคำพูดของตัวเอง ลืมชื่อสิ่งของ และทุกสิ่งทุกอย่างโดยเฉพาะความทรงจำระยะสั้น และในท้ายที่สุดอลิซก็ไม่รับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว เป็นเหมือนกับตุ๊กตาไร้ชีวิต

นอกจากโรคอัลไซเมอร์แล้วอลิซยังแสดงบทบาทของคนเป็นแม่ เธอมีความรักและความห่วงใยต่อลูกอย่างเต็มเปี่ยม และเธอยังแสดงให้เห็นถึงความเหงาความโดดเดี่ยวของแม่ที่ลูกๆ ต่างเติบโตและไปใช้ชีวิตของตัวเอง

 

อัลไซเมอร์ เกิดจากการทำงานของโครงสร้างเนื้อเยื่อในสมองที่เสื่อมถอยลง พบในผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ก่อนวัย สาเหตุมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาการของโรคอัลไซเมอร์คือสูญเสียความทรงจำ โดยเฉพาะความทรงจำระยะสั้น พฤติกรรมแตกต่างจากที่เคย รวมไปถึงมีอาการหวาดระแวงและวิตกกังวล